รักอย่างเดียวไม่พอ 'BOWKYLION' ส่งซิงเกิล 'นาฬิกาทราย (sign)' ถ่ายทอดความสัมพันธ์ ที่รอวันหมดเวลา พร้อมดึง 'เจนิส' ร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ

รักอย่างเดียวไม่พอ 'BOWKYLION' ส่งซิงเกิล 'นาฬิกาทราย (sign)' ถ่ายทอดความสัมพันธ์ ที่รอวันหมดเวลา พร้อมดึง 'เจนิส' ร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ

รักอย่างเดียวไม่พอ 'BOWKYLION' ส่งซิงเกิล 'นาฬิกาทราย (sign)' ถ่ายทอดความสัมพันธ์
ที่รอวันหมดเวลา พร้อมดึง 'เจนิส' ร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ

BOWKYLION หรือ โบกี้ - ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ ศิลปินหญิงแห่งยุคจากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ดีกรีเจ้าของซิงเกิลไวรัลที่ทุกคนร้องตามกันได้ ไม่ว่าจะเป็น ลงใจ, บานปลาย, วาดไว้, วิงวอน, ที่คั่นหนังสือ และ ลามปาม รวมถึงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เธอยังได้เซอร์ไพร์สแฟนๆ ด้วยการประกาศจัด KARAWA CONCERT คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 2 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งได้กระแสตอบรับดีเกินคาดจนบัตร Sold Out อย่างรวดเร็วภายในวันเดียว ไม่เพียงแต่พาร์ทของศิลปินเท่านั้น เธอยังได้รับโอกาสแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง “ข้างบ้าน” ที่กวาดรายได้ไปกว่า 100 ล้านบาท เป็นตัวตอกย้ำภาพความสำเร็จในอีกบทบาทที่แฟน ๆ คาดไม่ถึง

อีกหนึ่งผลงานล่าสุดที่กระแสมาแรงตั้งแต่ปล่อยสปอยออกมา กับการร่วมแต่งและร้องเพลง ดั่งใจฝัน (daydream) เพลงประกอบซีรีส์บอยเลิฟแนวพีเรียดแฟนตาซีเรื่อง ภพเธอ Love Upon a Time Series จากค่าย DOMUNDI (ดูมันดิ) ที่มีการหยิบเอาคำร้องและดนตรีไทยมาประยุกต์เพิ่มเสน่ห์ในแบบใหม่ ๆ จนกลายเป็นอีกซิงเกิลไวรัลในช่วงที่ผ่านมา

BOWKYLION ขอสานต่อกลิ่นอายความเป็นไทยกันต่อ ผ่านซิงเกิลใหม่อย่าง นาฬิกาทราย (sign) ซึ่งการันตีได้เลยว่าทุกผลงานที่ผ่านปลายปากกาของ BOWKYLION ล้วนสอดแทรกไปด้วยความหมาย และสำบัดสำนวนที่สละสลวย คงลายเส้นเฉพาะตัวที่ใครเห็นเป็นต้องจำได้ โดยในซิงเกิลนี้เธอได้หยิบเอา ‘นาฬิกาทราย’ มาใช้เป็นสัญญะเพื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เดินทางมาถึงจุดจบ เป็นการนำเอาคุณสมบัติพิเศษของนาฬิกาทรายที่ต่างจากนาฬิกาทั่วไป เพราะเมื่อหมดเวลาก็สามารถพลิกด้าน แล้ววนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อยู่เสมอ เปรียบเทียบกับในมุมมองความรัก ทุกครั้งที่ทรายกำลังจะไหลจนหมด เหมือนกับคนที่ใกล้จะหมดใจ แต่ก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ทุกครั้ง

“รักฉันเป็นดั่งนาฬิกาทราย ทุ่มเทเท่าไหร่ก็คงสลายไป”

‘การให้อภัย’ ถูกนำมาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น และเป็นเครื่องมือเพื่อยื้อเวลาให้ความสัมพันธ์ยังคงดำเนินต่อไป แต่ปมในใจกลับไม่เคยได้รับการรักษาเลยสักครั้ง นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่นับถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนสลายตัวลงในท้ายที่สุด สะท้อนว่าความรักที่พังทลายลง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงเหมือนกับเม็ดทรายที่สลายไปตามลม การจบความสัมพันธ์จึงไม่ใช่เพียงเพราะการหมดรัก แต่อาจเป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยเยียวยาความรู้สึกที่เสียไปได้

สำหรับพาร์ทดนตรีถูกนำเสนอด้วยแนวป็อป พร้อมเพิ่มกลิ่นอายความเป็นไทยแบบร่วมสมัยขึ้นผ่านเมโลดี้ เรียกได้ว่าเป็นดนตรีแนวใหม่ ๆ ที่เธอยังไม่เคยทำ และเมื่อผสานเข้ากับภาษาสละสลวยตามกิมมิกเฉพาะตัว ทำให้ซิงเกิลนี้ส่งอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้งขึ้นกว่าที่เคย ก่อนเพิ่มความอินขึ้นอีกสเต็ปผ่านมิวสิกวิดีโอที่ได้สาวมากเสน่ห์อย่าง “เจนิส เจณิสตา” มาร่วมถ่ายทอดความรักฉบับเกิร์ลเลิฟในเส้นเรื่องที่ชวนเรียกน้ำตา ถือเป็นอีกหนึ่งเคมีใหม่ ๆ ที่อยากชวนให้ทุกคนมาลองติดตาม